ธนชาตประกันภัย เปิดวิสัยทัศน์อนาคตประกัน EV บนเวที InsureX FORUM 2026ชูข้อมูลกว่า 7 ปี ยกระดับการบริหารความเสี่ยง

ธนชาตประกันภัย เปิดวิสัยทัศน์อนาคตประกัน EV บนเวที InsureX FORUM 2026ชูข้อมูลกว่า 7 ปี ยกระดับการบริหารความเสี่ยง

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์และธุรกิจประกันภัย บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์บนเวที InsureX FORUM 2026 ในหัวข้อ "The Future of Motor Insurance in the Age of EV" โดยชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ไม่ได้หมายถึงเพียงการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ แต่ยังพลิกโฉมแนวคิดการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจประกันภัยทั้งระบบ ผู้ประกอบการจึงต้องอาศัยองค์ความรู้ ข้อมูลเชิงลึกและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค EV กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริโภค 72% ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยของรถยนต์ ขณะที่ 69% พิจารณาต้นทุนการใช้งานตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership) และอีก 45% พิจารณาค่าเบี้ยประกันภัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้มองเพียงความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังคาดหวังผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความคุ้มค่า ความสะดวก และประสบการณ์การใช้งานในระยะยาว  

นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีที่ผ่านมา ธนชาตประกันภัยได้ศึกษาและพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า นับตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของตลาด EV ในประเทศไทย ผ่านการทำงานร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ บริษัทรับประกันภัยต่อ และพันธมิตรในอุตสาหกรรม พร้อมสะสมข้อมูลจากการรับประกันภัยและการเคลมจริง เพื่อนำมาพัฒนาแนวทางบริหารความเสี่ยงและออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า เพราะเราเชื่อว่า ประกันภัยที่ดีไม่ใช่การแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถออกแบบความคุ้มครองให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของผู้ใช้รถ EV และดูแลลูกค้าได้จริงเมื่อเกิดเหตุ"

แม้รูปแบบการเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะไม่ได้แตกต่างจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอย่างมีนัยสำคัญ แต่โจทย์สำคัญของธุรกิจประกันภัยในวันนี้คือการบริหารต้นทุนความเสียหายที่เพิ่มสูงขึ้นจากความซับซ้อนของชิ้นส่วนและเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบแบตเตอรี่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้การประเมินความเสี่ยงต้องอาศัยข้อมูลจริงและองค์ความรู้เฉพาะด้านมากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานการซ่อม เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่มีคุณภาพตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ เทคโนโลยียานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Software-Defined Vehicle ซึ่งจะทำให้บทบาทของธุรกิจประกันภัยในอนาคตขยายจากการคุ้มครองตัวรถ ไปสู่การบริหารความเสี่ยงด้านซอฟต์แวร์และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะมากยิ่งขึ้น

นางวิชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า "จากการศึกษาข้อมูลตลาดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษา คาดว่าภายในปี 2573 ประเทศไทยจะมีรถยนต์ไฟฟ้าสะสมมากกว่า 725,000 คัน ซึ่งหมายความว่า EV จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนามาตรฐานการให้บริการ ยกระดับคุณภาพการซ่อม และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง"

"ความท้าทายของธุรกิจประกันภัยจะไม่ได้อยู่เพียงการชดใช้ค่าสินไหม แต่คือการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้รถ ตลอดวงจรชีวิตของการใช้งาน ตั้งแต่วันที่ออกรถใหม่ การใช้งานระยะยาว ไปจนถึงตลาดรถ EV มือสอง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกันของผู้ผลิตรถยนต์ ศูนย์บริการ อู่ซ่อม สถาบันการเงิน และพันธมิตรในระบบนิเวศ เพื่อเสริมมาตรฐานการดูแลผู้ใช้รถ EV ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" นางวิชินี กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ธนชาตประกันภัยยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า โดยต่อยอดองค์ความรู้จากข้อมูลการรับประกันภัยและการเคลมจริง เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยง พัฒนาความคุ้มครองให้รองรับยานยนต์ยุคใหม่ และร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ข่าวเกี่ยวข้อง