BVG แจง THRE ปรับโครงสร้างสู่ “Holding Company”ไม่กระทบโครงสร้างนโยบายธุรกิจ
BVG ยืนยันแผน THRE ปรับโครงสร้างการถือหุ้น และการจัดการสู่ Holding Company ไม่กระทบแนวนโยบาย - โครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจ เดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ ชู 4 ยุทธศาสตร์หลัก อัพการเติบโตแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง
นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำในการดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย เปิดถึงแผนปรับโครงสร้างการถือหุ้น และการจัดการของบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE สู่รูปแบบการประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่ง BVG ในฐานะบริษัทย่อยฯ ที่ THRE ถือหุ้นอยู่ทั้งหมดจำนวน 292,499,980 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 65% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ยืนยันว่า แผนดำเนินการดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อแนวนโยบายการดำเนินธุรกิจ รวมถึงโครงสร้างการบริการจัดการของ BVG แต่อย่างใด
โดยภายใต้แผนการปรับโครงสร้างและการจัดการของ THRE จะดำเนินการให้มีการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งส์ ภายใต้ชื่อ บริษัท ไทยรี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ THREH ซึ่งบริษัทโฮลดิ้งส์จะทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ THRE เพื่อแลกกับหุ้นสามัญของบริษัทโฮลดิ้งส์ ในอัตรา 1 ต่อ 1 โดยการดำเนินการแลกหุ้น อาจส่งผลให้บริษัทโฮลดิ้งส์ เป็นผู้ถือหุ้นใน THRE เกินกว่า 50% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ THRE ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทโฮลดิ้งส์ มีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ เนื่องจากการเข้ามามีอำนาจควบคุมในนิติบุคคลกลาง (Chain Principle) ดังนั้นบริษัทโฮลดิ้งส์ จึงได้ดำเนินการยื่นขอผ่อนผันหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ BVG (Tender Offer) เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ภายหลังการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เสร็จสิ้น บริษัทโฮลดิ้งส์จะดำเนินการยื่นขอนำหุ้นสามัญ ของบริษัทโฮลดิ้งส์เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แทนหลักทรัพย์ของ THRE ซึ่งจะถูกเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันเดียวกัน จากนั้น THRE จะดำเนินการโอนหุ้นของ BVG ที่ถืออยู่ทั้งหมดจำนวน 292,499,980 หุ้น หรือคิดเป็น 65% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ให้กับบริษัทโฮลดิ้งส์ ซึ่งจะแบ่งงวดการซื้อขายเป็น 2 งวด ประกอบด้วย งวดแรก จำนวน 157,500,000 หุ้น หรือ 35% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งคาดว่า จะดำเนินการโอนหุ้นแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือนนับจากวันที่บริษัทโฮลดิ้งส์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และงวดที่ 2 จำนวน 134,999,980 หุ้น 30% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งอาจจะดำเนินการซื้อขายหุ้นในครั้งเดียว หรือทยอยดำเนินการซื้อขายหุ้น คาดจะดำเนินการโอนหุ้นแล้วเสร็จภายใน 5 ปี นับจากวันที่บริษัทโฮลดิ้งส์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
นางนวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ BVG ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตตามแผนธุรกิจที่วางไว้ มุ่งพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย การเสริมสร้างความเป็นผู้นำในตลาด (Core Platform Deepening), เดินหน้าขยายตลาดในภูมิภาค (Regional Platform Expansion), ต่อยอดสร้างรายได้จากสินทรัพย์ข้อมูลที่มี พร้อมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาปรับใช้ (Intelligent Innovation) และการยกระดับการบริหารจัดการเคลมสุขภาพผ่านโซลูชันดิจิทัลแบบบูรณาการ (Healthcare Value Manager) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
Share on Line
