วิริยะประกันภัย เร่งดูแลผู้เอาประกันภัยจากวิกฤติอุทกภัย 69 พร้อมรองรับการแจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง
วิริยะประกันภัย เดินหน้ามาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศ จัดเตรียมปฏิบัติการ FIRST AID ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ประสานเครือข่ายรถยก รถลาก กู้รถยนต์ออกจากพื้นที่ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งดำเนินการจ่ายสินไหมทดแทนผู้เอาประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย และเพิ่มประสิทธิภาพการรับแจ้งเหตุรองรับผู้เอาประกันภัยจำนวนมาก ผ่านสายด่วน 1557 ช่องทาง Line Official @viriyah และศูนย์บริการสินไหมทดแทน ตลอด 24 ชั่วโมง
นายดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและเส้นทางที่มีปริมาณน้ำสะสมสูง ส่งผลให้ชีวิตประจำวันของประชาชนดำเนินไปอย่างยากลำบาก รวมถึงผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน รถยนต์บางส่วนไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ได้ทัน ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พบว่าระดับน้ำในบางพื้นที่เริ่มลดลงและสถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลาย ขณะที่บางพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขังหรือมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงบางจุดที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด บริษัทฯ จึงเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่และประสานเครือข่ายสนับสนุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการจัดการสินไหมทดแทนอย่างเต็มศักยภาพ
"วิริยะประกันภัย มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการรับมือกับเหตุอุทกภัยด้วยการนำ ‘ปฏิบัติการ FIRST AID’ แนวทางปฏิบัติการกู้ซ่อมรถยนต์ มาใช้รับมือกับเหตุการณ์มหาอุทกภัยจนเป็นผลสำเร็จอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนถึงมหาอุทกภัยล่าสุดที่เกิดขึ้น ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงปลายปี 2568 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นพัฒนาการบริการและศักยภาพบุคลากรทุกส่วนงานให้มีความพร้อมรับมือกับภัยความเสี่ยงทุกรูปแบบ รวมถึงการพัฒนากระบวนการทำงานของปฏิบัติการ FIRST AID อยู่เสมอ เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ และปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง ณ ขณะนี้ บริษัทฯ จึงดำเนินการจัดกำลังเจ้าหน้าที่และประสานเครือข่ายสนับสนุนเข้าดูแลผู้เอาประกันภัยได้อย่างเต็มศักยภาพและทันท่วงที แม้ในบางพื้นที่อาจมีข้อจำกัด ผู้เอาประกันภัยก็ยังสามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1557 และศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนในแต่ละพื้นที่ เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่ประสานงานด้านการช่วยเหลือ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ผู้เอาประกันภัยเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติและการดูแลรถยนต์ในระหว่างเกิดอุทกภัย เพื่อให้ลูกค้าผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองและเกิดความอุ่นใจสูงสุด” คุณดลเดชกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ยังมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง รวมถึงบางพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์และติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนและสภาพพื้นที่ ซึ่งจากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนในเขตพื้นที่อุทกภัยทั่วประเทศ ณ วันที่ 29 กันยายน พบว่า มีรถยนต์เกิดความเสียหายจากน้ำท่วม จำนวนประมาณกว่า 4,000 คัน โดยบริษัทฯ ยังคงเร่งดำเนินการตรวจสอบและประเมินความเสียหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและชดเชยความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยได้อย่างครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรมสูงสุด
Share on Line
