เอสซีจีชูวิสัยทัศน์ยกระดับการแข่งขันอุตสาหกรรมอาเซียนเร่งปรับธุรกิจด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ บนเวที Fortune Southeast Asia500 Summit 2026
นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม – 3พฤศจิกายน 2569 – เอสซีจีร่วมเวที Fortune Southeast Asia 500 Summit 2026 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในหัวข้อ “Climbing Up the Value Chain” แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของภาคอุตสาหกรรมอาเซียน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตที่เน้นปริมาณ สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี AI & Robotics และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสะท้อนแนวทางการปรับตัวของเอสซีจีผ่านการบริหารจัดการธุรกิจและเงินลงทุน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตในระยะยาว
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมอาเซียน จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการเติบโตที่เน้นปริมาณสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภาพ โดยเฉพาะการนำ AI & Robotics มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Inclusive Green Growth การขับเคลื่อนดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ พันธมิตรทางธุรกิจ ไปจนถึงผู้ประกอบการ SMEs ผ่านการเชื่อมโยงจุดแข็งและศักยภาพของแต่ละประเทศ รวมถึงการสนับสนุนให้ SMEs สามารถเข้าถึงนวัตกรรมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอาเซียน และสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนไปด้วยกัน”
แนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานและการปรับกลยุทธ์ของเอสซีจีอย่างต่อเนื่อง โดยผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 57,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าผลประกอบการตลอด 12เดือนของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 55,012 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด (Reported Profit) 9 เดือน ปี 2569 อยู่ที่ 20,143 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจ การบริหารต้นทุน และการจัดสรรเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
การขับเคลื่อนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเอสซีจี เห็นได้จากการปรับกลยุทธ์ของธุรกิจต่าง ๆ ในเครือ โดยเฉพาะธุรกิจเคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) ซึ่งประเมินว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีแนวโน้มฟื้นตัวและปรับตัวดีขึ้น จากระดับต่ำสุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เอสซีจีซีเร่งเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารพอร์ตการลงทุน ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1) การปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย และความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยสามารถบริหารจัดการการผลิต จัดหาวัตุดิบ และปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้า โดยเน้นเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) และจัดสรรผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและตลาดกลุ่มเป้าหมาย 2) เร่งโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทน ที่LSP เวียดนามช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยคาดว่า LSP จะกลับมาเริ่มดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2570 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่กำหนด 3) บริหารพอร์ตการลงทุน โดยจำหน่ายหุ้น 14.86% ใน PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) ประเทศอินโดนีเซีย สำเร็จตามกลยุทธ์ลดภาระทางการเงินและจัดสรรเงินทุนไปสู่การลงทุนเชิงกลยุทธ์ของเครือ และ 4)ผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทยระหว่าง SCGC และ GC เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยสู่การแข่งขันในเวทีโลก
นอกจากนี้ ธุรกิจอื่น ๆ ของเอสซีจี ยังมีการดำเนินโครงการเชิงกลยุทธ์อื่น ๆ เช่น การขยายธุรกิจปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน แพลตฟอร์มที่มุ่งตอบสนองตลาดในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้าง และการขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั่วภูมิภาคอาเซียน เป็นต้น
ทั้งนี้ ภายในงาน Fortune Southeast Asia 500 Summit 2026เอสซีจีได้ขึ้นรับรางวัลจากการได้รับการจัดอันดับที่ 22 ใน Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงบทบาทและความแข็งแกร่งของเอสซีจีในฐานะหนึ่งในบริษัทชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ นายกุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์ President and Country Director – Vietnam ยังได้เข้าร่วม Ho Chi Minh City Investment Cooperation Forum และร่วมเสวนา “Dialogue between City Leaders and Investors” หัวข้อ “Investment Needs and Potential for Cooperation” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองของภาคธุรกิจต่อทิศทางการลงทุนและโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนเดิมและดึงดูดการลงทุนใหม่ และเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการเวียดนาม
การเข้าร่วมเวทีระดับภูมิภาคทั้งสองงานสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอสซีจีในการเป็นพันธมิตรระยะยาวของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ที่ร่วมกันยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ นวัตกรรมและเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร สร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่นและทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืนในภูมิภาค
Share on Line
