TACC เปิดกลยุทธ์สร้างการเติบโตยั่งยืนตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต Double Digitเดินหน้าพัฒนาโปรดักส์ – มองหาโอกาส M&A และ JV ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ

TACC เปิดกลยุทธ์สร้างการเติบโตยั่งยืนตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโต Double Digitเดินหน้าพัฒนาโปรดักส์ – มองหาโอกาส M&A และ JV ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ

บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) เปิดแผนธุรกิจปี69 มุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้เติบโตระดับ Double Digit จากปีก่อน เดินหน้าขยายธุรกิจหลักทั้งในกลุ่ม 7-Eleven และ Non 7-Eleven ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่พร้อมมองหาโอกาสการเติบโตผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) เพื่อสร้างNew S-Curve เสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว

 นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯในปี2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโตในระดับ 2 หลัก (Double Digit) จากปีก่อน โดยมุ่งสร้างการเติบโตจากธุรกิจหลัก ควบคู่กับการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว 

 สำหรับกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ จะมาจาก 2 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ 7-Eleven 
ซึ่งบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ Core Menu และ New Menu อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง 7-Eleven ในฐานะ Key Strategic Partner ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มเย็นในโถกด (7-Select) และเครื่องดื่ม Non-Coffee Menu ในAll Café รวมถึงการขยายโอกาสไปยังร้าน 7-Eleven ในต่างประเทศ 

 ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังคงเดินหน้าพัฒนาเครื่องดื่มใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสีสันให้กับตลาด
ได้เปิดตัวเมนู “มัทฉะน้ำส้ม” ภายใต้ All Café Matcha Series รวมถึงเมนูใหม่ล่าสุด “น้ำผึ้งมะนาว” ที่ตอบโจทย์กระแสเครื่องดื่มสดชื่นในช่วงฤดูร้อน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับกลุ่ม Non-Coffee Menu 

 นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มธุรกิจ Non-7-Eleven บริษัทฯ มุ่งกระจายความเสี่ยงของรายได้ผ่านการขยายตลาดภายในประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภณฑ์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Café Business รวมถึงการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้ง TACC ยังเดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศ ธุรกิจ License  

รวมถึงมองหาโอกาสในการสร้างการเติบโตผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน(JV) 
เพื่อสร้าง New S-Curve ที่สามารถต่อยอดกับธุรกิจเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัทในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งต้นทุนทางตรงและทางอ้อม ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กร รวมถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว 

ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขาย 2,399.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.80% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 298.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น22.70% พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.21 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมายXD วันที่ 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 

ข่าวเกี่ยวข้อง