กยท. โชว์ "น้ำหมักอะมิโนนม" ขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์น้ำสำเร็จ! เดินหน้าต่อนโยบายปุ๋ย 70:30 ลดต้นทุนเกษตรกร
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผย "น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ (อะมิโนนม)" ขึ้นทะเบียนเป็น "ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเหลว/น้ำ" อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย 70:30 ลดการใช้ปุ๋ยเคมีในภาคการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์/ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและให้เกษตรกรสามารถรับมือกับสถานการณ์ราคาปุ๋ยแพงได้ล่าสุด กรมวิชาการเกษตรได้ประกาศรับรองการขึ้นทะเบียน “น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ (อะมิโนนม)” เป็น “ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเหลว/น้ำ” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กับการลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการผลักดันของคณะกรรมการขับเคลื่อนปุ๋ยอินทรีย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานคณะกรรมการฯ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับน้ำนมดิบส่วนเกินสู่ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน สอดรับนโยบายปุ๋ย 70:30 โดยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมี 70% ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (อะมิโนนม) 30% (จากเดิมที่เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมี 100%) ตลอดจนสนับสนุนการผลิตแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) และเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังเห็นชอบมาตรการเร่งด่วนในการระบายสต็อกน้ำหมักชีวภาพอะมิโนนม จำนวน 1,129,462 ลิตร เพื่อรองรับปริมาณการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป โดยกำหนดจำหน่ายในราคาทุน 60 บาทต่อลิตร บรรจุถังขนาด 20 ลิตร และกระจายผ่านสหกรณ์โคนม สหกรณ์การเกษตร และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) นำร่องใน 6 จังหวัด พร้อมผลักดันแนวทาง “ใช้ก่อน – จ่ายหลังเก็บเกี่ยว” เพื่อช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของเกษตรกรในช่วงเปิดฤดูกาล ขณะเดียวกัน สภาเกษตรกรแห่งชาติเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อขอรับการสนับสนุนงบกลางปี 2569 สำหรับเป็นทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ ตั้งเป้าขยายผลการใช้ปุ๋ยอะมิโนนมในพื้นที่ปลูกยางพารา นาข้าว และปาล์มน้ำมัน รวมกว่า 21 ล้านไร่ทั่วประเทศ
Share on Line
