คปภ. ติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดลำพูน หลังจ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว 202 หลังคาเรือน    บริษัทประกันภัยตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 45 หลังคาเรือน เร่งเดินหน้าจ่ายเงินตามประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

คปภ. ติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดลำพูน หลังจ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว 202 หลังคาเรือน    บริษัทประกันภัยตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 45 หลังคาเรือน เร่งเดินหน้าจ่ายเงินตามประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบ  ธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการติดตามช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนที่ยังไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ นางโชลภา ไชยเพียร ผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) และนางลัดดา โพธิตุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พร้อมบริษัทประกันภัยติดตามและตรวจสอบความเสียหายของบ้านที่อยู่อาศัยประชาชนเพิ่มเติม ในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยหละ บ้านใหม่ศรีบุญเรือง และบ้านใหม่พัฒนา ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้รับความคุ้มครองตามสิทธิอย่างครบถ้วนและทั่วถึง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ นายจรัล มณีจันสุข นายอำเภอบ้านโฮ่ง  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนตำบลป่าพลูและสมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมกันติดตามความคืบหน้าการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและตรวจสอบความเสียหายของบ้านที่อยู่อาศัย เพื่อประกอบการพิจารณาความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นกลไกของภาครัฐในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสร้างหลักประกันให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานในพื้นที่ดังกล่าว พบว่า มีประชาชนลงทะเบียนแจ้งความเสียหายผ่านองค์การบริหารส่วนตำบลป่าพลู รวมทั้งสิ้น 247 หลังคาเรือน โดยในจำนวนนี้สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ดำเนินการ จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ประชาชนแล้ว 202 หลังคาเรือน ส่วนที่เหลืออีก 45 หลังคาเรือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 พบว่า บ้านที่อยู่อาศัยทั้ง 45 หลังคาเรือน มีความเสียหายจึงได้บันทึกข้อมูลผ่านระบบและเตรียมจ่ายค่าสินไหมทดแทนต่อไป นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่ยังพบว่ามีผู้ประสบภัยเข้ามาแจ้งความเสียหายเพิ่มเติมอีกจำนวน 9 หลังคาเรือน ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน  ในพื้นที่ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนตามขั้นตอน ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามเอกสารและดำเนินการให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองตามสิทธิโดยเร็ว

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายโดยตรง ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้สามารถยืนยันข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณา  ค่าสินไหมทดแทนได้อย่างครบถ้วน ลดความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบ และช่วยให้กระบวนการพิจารณาอนุมัติและจ่ายค่าสินไหมทดแทนดำเนินไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติหรือรอเอกสาร ประกอบการพิจารณา ซึ่งได้กำชับให้สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ประสานสมาคมประกันวินาศภัยไทย สาขาบริษัทประกันภัยในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับ  ความเสียหายเบื้องต้นตามสิทธิอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ในพื้นที่ที่มีการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติหรือ พื้นที่ประสบสาธารณภัย สามารถแจ้งเคลมและติดตามการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org หรือ LINE Official Account @ThaiNATCAT รวมถึงโทรศัพท์ 02-012-5555 และ จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการกรอกข้อมูลสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการใช้สมาร์ตโฟน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 หรือสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ ได้โดยตรง

 

ข่าวเกี่ยวข้อง