TWPC เดินหน้าเต็มสูบ – กลยุทธ์ Multicoreปักธงปี 69 เติบโต Double digit ทั่วเอเชียแปซิฟิก

TWPC เดินหน้าเต็มสูบ – กลยุทธ์ Multicoreปักธงปี 69 เติบโต Double digit ทั่วเอเชียแปซิฟิก

บมจ. ไทยวา (TWPC) เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 เติบโต Double digit  ต่อยอดจากผลการดำเนินงานปี2568 ที่พลิกกลับอย่างโดดเด่น ด้วยกำไรสุทธิ 156 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว 630 basis points สู่ระดับ21.3% และปริมาณการขายรวมเติบโต 7% ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 0.22 เท่า และธุรกิจหลัก ทั้งสามส่วนมี ผลประกอบการที่ดี TWPC พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์Multicore

กลยุทธ์ธุรกิจ Multicore ของ บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) (TWPC) ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) และธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถ ในการสร้างกำไรที่มีเสถียรภาพ แม้เผชิญกับวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในภาวะชะลอตัวตามฤดูกาล และแรงกดดัน จากเศรษฐกิจมหภาค ในปี 2568 บริษัทฯกลับมาทำกำไรสุทธิได้ 156 ล้านบาท พร้อมทั้งลดภาระ หนี้สินลงโดยอัตราส่วน IBD/E ลดเหลือ 0.22 เท่า

ธุรกิจอาหารและธุรกิจมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ต่างสร้างกำไรขั้นต้นเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2568 โดย TWPC ตั้งเป้าในปี 2569 รายได้ธุรกิจอาหารเติบโตมากกว่า 10% และตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 จากยอดขายปี 2568 ที่ 2,558 ล้านบาท

ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตมาจาก ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat: RTE) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดและมีอัตรากำไรที่ดีของธุรกิจอาหาร เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงกว่า 50% ช่องทางจัดจำหน่าย ขยายครอบคลุม ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) กว่า 16,000 สาขาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริษัทยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ตั้งเป้าปริมาณการขายเติบโตมากกว่า 10% ในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการปรับกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดใหม่ใน ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ด้วยทีมนักวิทยาศาสตร์อาหารจากศูนย์นวัตกรรม 5 แห่งในกรุงเทพฯ เซี่ยงไฮ้ โฮจิมินห์ซิตี้ จาการ์ตา และเบงกาลูรู ซึ่ง TWPC สามารถพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมจำหน่ายมากกว่า 50 รายการต่อปี ที่ปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและตามรสนิยมท้องถิ่น

กลยุทธ์ China2.0: แผนจัดตั้งโรงงานใหม่เพื่อส่งเสริมการเติบโต โดยตลาดจีนถือเป็นเสาหลักเชิงกลยุทธ์สำคัญสำหรับการเติบโตในปี 2569โรงงานแห่งใหม่ของ TWPC ในประเทศจีนจะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 2/2569 เพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ในตลาดจีน บริษัทตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 20% ในประเทศจีน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเจาะตลาดได้มากยิ่งขึ้นทั้งในกลุ่มส่วนผสมของอาหารและ อุตสาหกรรมอาหาร (industrial applications) 

กลยุทธ์การยกระดับสู่สินค้ามูลค่าสูง (Premiumization) ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง โดยบริษัท ปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มสินค้ามูลค่าสูงและมีความผันผวนต่ำอย่างเป็นระบบ 

ในธุรกิจอาหาร บริษัทครองตำแหน่งผู้นำตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มบะหมี่พรีเมียมไม่ใช้แป้งสาลีในประเทศไทย ขณะที่ ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Readt-to-Eat : RTE และอาหารพร้อมปรุง (Ready-to-Cook:RTC) มีอัตรากำไรสูงอย่างมีนัยสำคัญ 

ในธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ที่เป็น่สวนประกอบของสูตรส่วนผสมพิเศษสำหรับเบเกอรี่ ผลิตภัณฑ์นม ซอส และขนมขบเคี้ยว มีอัตรากำไรขั้นต้น 20-30% โดยไม่ผูกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิง และวางเป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ ให้ธุรกิจอาหารและ แป้งมงวันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) มีสัดส่วนกำไรรวมกันมากกว่า 80% ภายในปี 2573 ซึ่งการเปลี่ยนผ่านเชิงคุณภาพได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งจะยกระดับคุณภาพของ TWPC ให้เทียบเคียงกับบริษัทส่วนผสมอาหารระดับโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะหนุน การปรับมูลค่า (Re-rating) ของหุ้นในระยะกลาง

โครงการปรับโครงสร้างต้นทุน (Cost Transformation) ในปี 2568 สามารถลดต้นทุนวัตถุดิบ 96 ล้านบาท และตั้งเป้าลดต้นทุนวัตถุดิบมากกว่า 150 ล้านบาทภายในสามปีข้างหน้า (2569-2571) ผ่านการ ปรับปรุงกระบวนการผลิต การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน 

ขณะที่ในปี 2568 ต้นทุนทางการเงินลดลง 43% จากการบริหารหนี้อย่างมีวินัย ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบ จากหลายประเทศ ทั้งไทย เวียดนาม และกัมพูชา ช่วยสร้างความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้าง ในการบริหารต้ นทุนวัตถุดิบและลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

TWPC กำหนดเป้าหมายสำคัญสำหรับปี 2569 ไว้อย่างชัดเจน รายได้เติบโตสองหลัก (Double Digit) จากการขยายกำลังการผลิตในประเทศจีนเติบโตมากกว่า 20% ผ่านการปรับปรุง กระบวนการผลิตและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล อีกทั้ง บริษัทยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินทุนที่พร้อมสำหรับการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ โดยการเร่งลดภาระหนี้สินจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนเพื่อโอกาสการเติบโตในอนาคต

ความมุ่งมั่นของ TWPC ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนได้รับการยอมรับจากหลายสถาบันผ่านความสำเร็จมากมายในปี 2568 บริษัทฯได้รับการจัดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ระดับ A, คะแนน FTSE Russell 3.8พร้อมคะแนนเต็ม 5.0 ด้านธรรมาภิบาล, คะแนน CDP ระดับ B- ทั้งด้านการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงทางน้ำ, เหรียญ Bronze จาก EcoVadis และรางวัล Gold สาขา ความเป็นเลิศ ด้านการบริหารบุคลากร (Excellence in Talent Management) จาก HR Excellence Awards

นายโฮ เร็น ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ปี 2568 พิสูจน์ให้เห็นว่าการดำเนินงาน อย่างมีวินัยนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เราขยายอัตรากำไรขั้นต้น 630 basis points กลับมาทำกำไรได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้งบดุล ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อการเติบโต ในปี 2569 เรามุ่งมั่นสร้างการเติบโตสองหลัก และขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ Multicore การสร้างวินัยด้านต้นทุน  ความแข็งแกร่งของการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานซึ่งทำให้ไทยวาพร้อมแข่งขันและเป็นผู้ชนะในทุกสนามทั่วเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.114 บาท สำหรับรอบ ผลประกอบการของวันที่ 1 มกราคม- 31 ธันวาคม 2568 สะท้อนถึงนโยบายตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่าง สม่ำเสมอบนพื้นฐานของผลกำไรที่ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD)  ในวันที่ 29เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

ข่าวเกี่ยวข้อง