คปภ. ปักหมุดเชียงใหม่! ดัน “ร้านอาหารอุ่นใจฯ” ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย สร้างเกราะคุ้มครองผู้บริโภค หนุนเศรษฐกิจบริการโตยั่งยืน
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เร่งเครื่องขับเคลื่อนนโยบายประกันภัยเชิงรุก ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเกมรุกผลักดัน “โครงการร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” อย่างเต็มรูปแบบ ณ ภัตตาคารเจี่ยท้งเฮง สาขาฟ้าฮ่าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของธุรกิจร้านอาหารไทย ควบคู่การสร้าง “เกราะความคุ้มครอง” ให้แก่ผู้บริโภค และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของภาคบริการในระยะยาว โอกาสนี้ได้รับเกียรติจากนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับและร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับพื้นที่ สะท้อนพลังบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ พร้อมตอกย้ำบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจบริการของภาคเหนือ และพื้นที่นำร่องสำคัญในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจอาหารควบคู่ระบบประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ การเงิน และธุรกิจประกันภัยของภาคเหนือ อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 13,200 ราย ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือและอยู่ในลำดับที่ 3 ของประเทศ สะท้อนศักยภาพในการเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนโครงการสำนักงาน คปภ. จึงมุ่งขยายการเข้าถึงระบบประกันภัยให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะแนวคิด “Embedded Insurance” หรือการผนวกประกันภัยเข้ากับสินค้าและบริการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองได้สะดวกและเป็นส่วนหนึ่ง ในชีวิตประจำวัน โดยภาคธุรกิจร้านอาหารนับเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันแนวคิดดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคจากเหตุไม่คาดคิดที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของร้านอาหาร ขณะเดียวกันช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของธุรกิจ โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเลือกรูปแบบความคุ้มครองต่อผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกที่ครอบคลุม ความคุ้มครองอาหารเป็นพิษ ซึ่งจะได้รับตราสัญลักษณ์ในรูปแบบ “ร้านอาหารอุ่นใจมีประกันภัยคุ้มครอง Insured Restaurant and Café Plus” ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศ ผ่านการจัดกิจกรรม ให้ความรู้ด้านการยกระดับมาตรฐานธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง โดยจะมีกิจกรรมต่อเนื่องที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนมีนาคม และจังหวัดขอนแก่นในเดือนมิถุนายนต่อไป
ภายในงานยังจัดให้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยกระดับร้านอาหารสู่ความสำเร็จ สูตรสำเร็จจากมืออาชีพ” โดยเชฟแบงค์ นายพงศกร เจียรสาธิต ทายาทรุ่นที่ 3 ของภัตตาคารเจี่ยท้งเฮง ซึ่งได้ถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่องโดย “เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมให้แก่ลูกค้า ทั้งในมิติของอัตลักษณ์ของร้าน บรรยากาศ การบริการ และคุณภาพอาหาร ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยั่งยืนให้ธุรกิจ” ต่อเนื่องด้วยเวทีเสวนาในหัวข้อ “Customer Journey : เมื่อเส้นทางที่ลูกค้าคาดหวังมีมากกว่าความอร่อย ชวนคิด ปิดความเสี่ยง”
โดย ดร.กอบกิจ อิสรชีววัฒน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้สะท้อนว่า “เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการและธุรกิจร้านอาหารเป็นหลัก การบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยจึงมีบทบาทสำคัญ โดยผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจทั้งความถี่และความรุนแรงของความเสี่ยง ศึกษารายละเอียดกรมธรรม์อย่างรอบด้าน และมีพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็ง ทั้งบริษัทประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันภัย เพื่อรองรับความไม่แน่นอนและเสริม ความมั่นคงในระยะยาว ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ยังมีความพร้อมในการร่วมขับเคลื่อนโครงการฯ ร่วมกับสำนักงาน คปภ.”
ด้านนายอรัญ ศรีว่องไทย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย เน้นย้ำถึง “ความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจร้านอาหาร พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งมีค่าเบี้ยประกันภัยในระดับที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับความอุ่นใจและความคุ้มครองที่ได้รับ โดยผู้ประกอบการ ควรศึกษารายละเอียด เงื่อนไข และความคุ้มครองอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
ขณะที่ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย มองว่า “บทบาทของนายหน้าประกันภัยจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการให้คำปรึกษาและถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้อง ครอบคลุมทั้งประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและผลิตภัณฑ์ประกันภัยอื่นที่เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงของผู้ประกอบการ” เช่นเดียวกับ นางพิมพ์มาดา กรรณกุลสุนทร ผู้ก่อตั้งและเจ้าของร้านอาหาร Redbox เชียงใหม่ ที่สะท้อนมุมมองว่า การบริหารความเสี่ยงของธุรกิจร้านอาหารควรดำเนินควบคู่กันทั้งในส่วนที่สามารถจัดการได้ภายใน ผ่านมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดี และการถ่ายโอน ความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัย ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงด้านอาคารและทรัพย์สิน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ ตลอดจนความเสี่ยงต่อลูกค้าและบุคคลภายนอกที่มาใช้บริการ”
นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงผู้ประกอบการร้านอาหารกับภาคธุรกิจประกันภัยอย่างเป็นระบบ สร้างเครือข่ายความร่วมมือสู่การปฏิบัติจริง โดยมีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างล้นหลาม และตัดสินใจ ทำประกัน “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” อย่างคึกคัก สะท้อนการตื่นตัวของภาคธุรกิจในการยกระดับมาตรฐานและบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจัง
“โครงการนี้จึงเป็นการตอกย้ำความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงของร้านอาหารเพื่อส่งมอบประสบการณืที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจทุกมื้อและอุ่นใจทุกครั้งที่ใช้บริการ โดยความสำเร็จของโครงการเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของ ทุกภาคส่วน ทั้งสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัย และหอการค้าในระดับพื้นที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน” รองเลขาธิการ คปภ. กล่าว
Share on Line
